ประกาศจากแอดมิน



กำลังปรับปรุงนะครับ อีกสักพักคงได้พบกับ
Spiderlaw แบบเต็มรูปแบบครับ

วันอาทิตย์ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2556

ประกาศการเปลี่ยนที่อยู่บล็อก


ประกาศการเปลี่ยนที่อยู่บล็อก

        เนื่องจากเดิม บล็อกนี้ชื่อว่า netistudentsoundfile.blogspot.com และเนื่องด้วยปัญหาในหลาย ๆ รูปแบบ เช่นการจดจำที่ลำบากเพราะยาวมากเกินไป ทางแอดมินจึงได้เปลี่ยนชื่อบล็อกดังกล่าวเป็น http://spiderlaw.blogspot.com   ดังนั้นในช่วงนี้หากทำการค้นหาก็คงจะไม่เจอ จึงขออภัยมา ณ โอกาสนี้ด้วยครับ

นายแมงมุม

วิธีการลักทรัพย์ของเจ้าของรวม


วิธีการลักทรัพย์ของเจ้าของรวม
LSPK
                                มาตรา ๓๓๔ บัญญัติว่า ผู้ใดเอาทรัพย์ของผู้อื่น หรือที่ผู้อื่นเป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วยไปโดยทุจริต ผู้นั้นกระทำความผิดฐานลักทรัพย์ ต้องระวางโทษ...

            เมื่ออ่านหัวข้อแล้วอาจตกใจกันว่า เอ้ย !! บล็อกนี้สอนให้คนลักทรัพย์หรือหรือไง ฮ่า ๆ ๆ  ไม่ใช่อย่างนั้นครับ สำหรับบล็อกนี้ในหัวข้อ “วิธีการลักทรัพย์เจ้าของรวม” นั้น มุ่งที่จะบอกว่าการลักทรัพย์เจ้าของรวมกันก็เป็นความผิดได้นะ เพราะหลาย ๆ คนอาจคิดว่าเจ้าของรวมเอาทรัพย์ไปน่าจะผิดยักยอกทรัพย์มากกว่าเพราะผู้ที่เอาทรัพย์ไปนั้นน่าจะครอบครองทรัพย์ดังกล่าวอยู่ แล้วจะผิดมาตรา ๓๓๔ ได้อย่างไร

            ก่อนที่เราจะลงในรายละเอียดว่าจะลักทรัพย์กันอย่างไรได้บ้างนั้น เมื่อดูในมาตรา ๓๓๔ แล้วจะพบว่าการเอาทรัพย์ของเจ้าของรวมไปก็อาจมีความผิดฐานลักทรัพย์ได้ ศึกษาได้ดังนี้ครับ

คุณธรรมในทางกฎหมายของความผิดฐานลักทรัพย์[1]

๑.     กรรมสิทธิ์-สิทธิ์ในความเป็นเจ้าของ

๒.     การครอบครอง
            การจะเป็นความผิดฐานลักทรัพย์ได้นั้นต้องปรากฏว่า ผู้กระทำได้ทำร้ายคุณธรรมในทางกฎหมายทั้งสองประการคือต้องมีการทำลายกรรมสิทธิ์กล่าวคือ จำเลยไม่ได้เป็นเจ้าของในทรัพย์สินที่เอาไป และต้องเป็นการทำลายการครอบครองด้วยกล่าวอีกนัยหนึ่งคือ จำเลยไม่ได้ครอบครองทรัพย์นั้นอยู่ในขณะที่เอาไป แม้ว่าการครอบครองและกรรมสิทธิ์จะอยู่ที่คนละคนกันก็ตาม
            เมื่อการลักทรัพย์ต้องมีการทำลายคุณธรรมในทางกฎหมายทั้งสองประการ ดังนั้นการลักทรัพย์ของเจ้าของรวมจะเกิดขึ้นได้ต้องปรากฏว่า จำเลยไม่ได้มีการครอบครองอยู่ในขณะนั้น และจำเลยไม่ได้มีกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินที่เอาไปแต่เพียงผู้เดียว(กรรมสิทธิ์รวม) ตัวอย่างเช่น
            ก. และ ข.ได้ลงหุ้นซื้อรถยนต์หนึ่งคน เป็นทรัพย์สินที่ถือกรรมสิทธิ์รวมกัน โดยมีข้อตกลงแบ่งการครอบครองกันอย่างเด็ดขาดเช่น ในครึ่งปีแรกให้ นาย ก. เป็นผู้ครอบครอง ครึ่งปีหลังให้นาย ข. เป็นผู้ครอบครอง เช่นนี้ขณะที่รถยนต์คันดังกล่าวอยู่ในความครอบครองของ นาย ก. นาย ข. ย่อมไม่มีการครอบครอง ดังนั้นหากในเวลาดังกล่าวนาย ข. ได้เอาทรัพย์ไป ก็อาจมีความผิดฐานลักทรัพย์ได้  (ต้องไปดูโครงสร้างอื่น ๆ ด้วย)


[1] คุณธรรมในทางกฎหมายคือสิ่งที่กฎหมายมุ่งประสงค์จะคุ้มครอง

วันเสาร์ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2556

ทรัพย์สินใดบ้างที่จำนองได้

ทรัพย์สินที่จำนองได้
LSPK Law Center
ทรัพย์สินใดบ้างที่สามารถนำมาจำนองได้ ?
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ลักษณะ ๑๒ จำนอง หมวดที่ ๑ หลักทั่วไป
            มาตรา ๗๐๓  อันอสังหาริมทรัพย์นั้นอาจจำนองได้ไม่ว่าประเภทใด ๆ
            สังหาริมทรัพย์อันจะกล่าวต่อไปนี้ก็อาจจำนองได้ดุจกัน หากว่าได้จดทะเบียนไว้แล้วตามกฎหมาย คือ
(๑) เรือมีระวางตั้งแต่ห้าตันขึ้นไป
(๒) แพ
(๓) สัตว์พาหนะ
(๔) สังหาริมทรัพย์อื่น ๆ ซึ่งกฎหมายหากบัญญัติไว้ให้จดทะเบียนเฉพาะการ
ดังนั้นทรัพย์สินที่สามารถนำมาจำนองได้จึงจำแนกได้เป็น ๒ ประเภทคือ
๑.     อสังหาริมทรัพย์
๒.     สังหาริมทรัพย์บางประเภทที่ได้จดทะเบียนไว้แล้ว
อสังหาริมทรัพย์
          มาตรา ๑๓๙  อสังหาริมทรัพย์ หมายความว่า ที่ดินและทรัพย์อันติดอยู่กับที่ดินมีลักษณะเป็นการถาวรหรือประกอบเป็นอันเดียวกับที่ดินนั้น และหมายความรวมถึงทรัพย์สิทธิอันเกี่ยวกับที่ดิน หรือทรัพย์อันติดอยู่กับที่ดินหรือประกอบเป็นอันเดียวกับที่ดินนั้นด้วย
          อสังหาริมทรัพย์ ตามมาตรา ๑๓๙ นั้นสามารถจำแนกได้เป็น
๑.     ที่ดิน
๒.     ทรัพย์อันติดอยู่กับที่ดินมีลักษณะเป็นการถาวร 
๓.     ทรัพย์อันประกอบเป็นอันเดียวกับที่ดิน
๔.     ทรัพยสิทธิเหนือ ๑,๒,๓

 “ที่ดิน” สามารถจำแนกได้ออกเป็น
๑.     ที่ดินมีโฉนด (ตระกูลโฉนดคือ ที่ดินมีโฉนด (น.ส. ๔) ,ที่ดินมีโฉนดแผนที่,ที่ดินมีโฉนดตราจอง ,ที่ดินมีตราจองว่าได้ทำประโยชน์แล้ว)
๒.     ที่ดินมีเพียงสิทธิครอบครอง
            สำหรับที่ดินตระกูลโฉนดนั้นไม่มีปัญหาเพราะสามารถจำนองได้ โดยนำโฉนดไปจดทะเบียนจำนอง ปัญหาว่าที่ดินมีเพียงสิทธิครอบครองจะจำนองได้หรือไม่ ?
            พระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา ๙ บัญญัติว่า “ที่ดินที่ได้รับคำรับรองจากนายอำเภอ ว่าได้ทำประโยชน์แล้วให้โอนกันได้”  จากผลของมาตรานี้ทำให้ที่ดินที่มีหนังสือรับรองการทำประโยชน์เท่านั้นที่จะทะเบียนจำนองได้ ดังนั้นที่ดินที่จำนองได้ต้องเป็นที่ดินที่มีโฉนด หรือ น.ส.๓[1]
            สำหรับทรัพย์ติดกับทีดินมีลักษณะเป็นการถาวร เช่น ตึก บ้าน โรงเรือน ก็อาจจำนองได้แม้ว่าจะไม่มีทะเบียนกรรมสิทธิ์เหมือนที่ดินก็ตาม[2]
            สำหรับทรัพยสิทธิอันเกี่ยวกับที่ดินหรือทรัพย์ติดนั้นต้องพิจารณาเป็นกรณี ๆ ไป เพราะทรัพยสิทธิที่จำนองได้ต้องเป็นทรัพยสิทธิที่ไม่มีลักษณะเป็นการเฉพาะตัว กล่าวคือสามารถโอนให้แก่กันได้ เพราะหากจำนองทรัพย์สินที่ไม่สามารถโอนให้แก่กันได้เมื่อมีความจำเป็นต้องบังคับจำนองก็ไม่อาจขายทอดตลาดทรัพย์สินเช่นว่านั้นได้ ดังนี้ สิทธิอาศัยตามมาตรา ๑๔๐๔ และภาระติดพันในอสังหาริมทรัพย์ตามมาตรา ๑๔๓๑ ไม่สามารถนำมาจำนองได้

ปัญหาว่าสิทธิการเช่าสามารถนำมาจำนองได้หรือไม่ ?

                        มาตรา ๑๒๙๘ บัญญัติว่า “ทรัพยสิทธิทั้งหลายนั้น ท่านว่าจะก่อตั้งขึ้นได้แต่ด้วยอาศัยอำนาจในประมวลกฎหมายนี้หรือกฎหมายอื่น

            สิทธิการเช่าเป็นสิทธิที่เกิดจากสัญญาตามมาตรา ๕๓๗  ซึ่งบัญญัติว่า “อันว่าเช่าทรัพย์สินนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลคนหนึ่งเรียกว่าผู้ให้เช่า ตกลงให้บุคคลอีกคนหนึ่ง เรียกว่าผู้เช่าได้ใช้หรือได้รับประโยชน์ในทรัพย์สินอย่างใดอย่างหนึ่งชั่วระยะเวลาอันมีจำกัด และผู้เช่าตกลงจะให้ค่าเช่าเพื่อการนั้น”  ดังนั้นโดยสภาพสิทธิการเช่าจึงไม่ใช่ทรัพยสิทธิจึงนำมาจำนองไม่ได้ แม้มาตรา ๕๖๙[3] จะบัญญัติว่าให้สิทธิการเช่าไม่ระงับแม้จะมีการโอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินซึ่งให้เช่าก็ตาม และอีกประการหนึ่งคือสิทธิการเช่ามีลักษณะเป็นการเฉพาะตัวหากไม่ได้ตกลงกันเอาไว้ผู้เช่าจะนำทรัพย์ดังกล่าวไปให้เช่าช่วงหาได้ไม่[4] 
            แต่ตามพระราชบัญญัติการเช่าอสังหาริมทรัพย์เพื่อพาณิชยกรรมและอุตสาหกรรม พ..๒๕๔๒ มาตรา ๖ ให้นำสิทธิการเช่าตามพระราชบัญญัติดังกล่าวไปจำนองประกันการชำระหนี้ได้ กรณีนี้มีความเห็นของกรมที่ดินดังนี้


เรื่องที่ ๑๑         ขอจดทะเบียนจำนองสิทธิการเช่า                                                 สารบบ   จังหวัด  ๑๐๘๑๘
เจ้าของเรื่อง
     กลุ่มพิจารณาปัญหาข้อหารือและร้องเรียน    ส่วนมาตรฐานการจดทะเบียนฯ
ประเด็นปัญหา
  สิทธิการเช่าที่ดินเพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัยซึ่งได้จดทะเบียนสิทธิการเช่าไว้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์  สามารถนำไปจดทะเบียนจำนองได้หรือไม่
ข้อกฎหมาย
  ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์  มาตรา  ๑๓๙๗๐๓  และ  ๑๒๙๘
                     ประมวลกฎหมายที่ดิน  มาตรา  ๗๑
ความเห็นกรมที่ดิน
    ทรัพย์สินที่สามารถนำไปจำนองได้นั้น  ได้แก่  อสังหาริมทรัพย์ไม่ว่าประเภทใด ๆ และสังหาริมทรัพย์บางอย่างตามที่ระบุไว้ในมาตรา  ๗๐๓  แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์  แต่ทรัพย์สินที่ต้องจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรา ๗๑ แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน  จะต้องเป็นอสังหาริมทรัพย์เท่านั้น  และตามมาตรา  ๑๓๙  แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์  ได้ให้คำจำกัดความของคำว่า อสังหาริมทรัพย์”  ไว้ว่าหมายถึง ที่ดินและทรัพย์อันติดอยู่กับที่ดินที่มีลักษณะเป็นการถาวรหรือประกอบเป็น อันเดียวกับที่ดินนั้น  และหมายความรวมถึงทรัพยสิทธิอันเกี่ยวกับที่ดินหรือทรัพย์อันติดอยู่กับ ที่ดินหรือประกอบเป็นอันเดียวกับที่ดินนั้นด้วย  ซึ่งทรัพยสิทธิอันเกี่ยวกับที่ดินที่จะถือว่าเป็นอสังหาริมทรัพย์นั้นจะต้อง ก่อตั้งขึ้นโดยกฎหมายเท่านั้น  บุคคลจะก่อตั้งขึ้นเองโดยนิติกรรมไม่ได้ตามนัยมาตรา ๑๒๙๘ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ แต่สิทธิการเช่าเป็นสิทธิซึ่งเกิดจากสัญญา  ที่ผู้ให้เช่าตกลงให้ผู้เช่าได้ใช้  หรือได้รับประโยชน์ในทรัพย์สินอย่างใดอย่างหนึ่งชั่ว ระยะเวลาอันมีจำกัด   และผู้เช่าตกลงจะให้ค่าเช่าเพื่อการนั้น  (ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา  ๕๓๗เป็นสิทธิที่บังคับเอาแก่บุคคลให้กระทำการ  หรือมิให้กระทำการอย่างใดอย่างหนึ่งมิได้มุ่งถึงตัวทรัพย์สินที่เช่า   สิทธิการเช่าจึงเป็น บุคคลสิทธิ มิใช่ทรัพยสิทธิอันเกี่ยวกับที่ดินที่ถือว่าเป็นอสังหาริมทรัพย์ที่จะนำไปจด ทะเบียนจำนองได้  เว้นแต่มีกฎหมายบัญญัติไว้เป็นการเฉพาะ เช่น  พระราชบัญญัติการเช่าอสังหาริมทรัพย์เพื่อพาณิชยกรรมและอุตสาหกรรม  .๒๕๔๒   มาตรา     ที่บัญญัติให้สิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์เพื่อพาณิชยกรรมและอุตสาหกรรมตามพระราชบัญญัตินี้ สามารถนำไปจดทะเบียนจำนองได้  ดังนั้น  พนักงานเจ้าหน้าที่จึงไม่สามารถรับจดทะเบียนจำนองสิทธิการเช่าที่ดินที่ได้จดทะเบียนสิทธิการเช่าไว้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ได้  
กลุ่มพิจารณาปัญหาข้อหารือและร้องเรียน
ส่วนมาตรฐานการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม
  สำนักมาตรฐานการทะเบียนที่ดิน
กุมภาพันธ์
  ๒๕๔๘


สังหาริมทรัพย์ 

          มาตรา ๑๔๐  สังหาริมทรัพย์ หมายความว่า ทรัพย์สินอื่นนอกจากอสังหาริมทรัพย์ และหมายความรวมถึงสิทธิอันเกี่ยวกับทรัพย์สินนั้นด้วย

            สังหาริมทรัพย์โดยทั่วไปไม่สามารถนำมาจำนองได้ เว้นแต่จะเป็นสังหาริมทรัพย์ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๗๐๓ วรรคสอง อันได้แก่ เรือ แพ สัตว์พาหนะ และสังหาริมทรัพย์อื่นซึ่งกฎหมายบัญญัติให้จดทะเบียนเฉพาะการ 

            “เรือ” ต้องเป็นเรือที่มีระวางตั้งแต่ห้าตันขึ้นไป ต้องพิจารณาตามพระราชบัญญัติเรือไทย

            “แพ” คือแพที่มีคนอยู่อาศัย

            “สัตว์พาหนะ” มี ๖ ชนิด ตามพระราชบัญญัติสัตว์พาหนะ พ.ศ. ๒๔๘๒ อันได้แก่ ช้าง ม้า โค กระบือ ลา ล่อ
            ซึ่งทั้งเรือ แพ และสัตว์พาหนะที่กล่าวมาข้างต้นจะจำนองได้ต้องปรากฏว่าได้มีการจดทะเบียนไว้แล้วตามกฎหมาย (วรรคสอง ตอนท้าย)

            “สังหาริมทรัพย์ที่ให้จดทะเบียนเฉพาะการ” ปัจจุบันได้แก่ เครื่องบิน ตามพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗,  เครื่องจักร ตามพระราชบัญญัติจดทะเบียนเครื่องจักร พ.ศ. ๒๕๑๔  และรถยนต์ ตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. ๒๕๕๑  และที่สำคัญดังที่กล่าวมาแล้วคือสิทธิการเช่าซึ่งเป็นสังหาริมทรัพย์อย่างหนึ่งตามมาตรา ๑๔๐ ก็สามารถนำมาจำนองได้เช่นกัน

ข้อสังเกต

          การจดทะเบียนบางอย่างไม่ใช่ทะเบียนกรรมสิทธิ์หรือทะเบียนเฉพาะการเช่น การจดทะเบียนอาวุธปืน ซึ่งเป็นเพียงทะเบียนควบคุม หรือการจดทะเบียนสมรสที่เป็นเพียงการแสดงถึงความเป็นสามีภริยา ดังนั้นจึงนำภริยาไปจำนองเพื่อให้เขานำไปขายทอดตลาดไม่ได้นะครับ แม้จะมีทะเบียนสมรสก็ตาม ( ฮ่า ๆ  เล่นเอา ฮา )






สรุปสาระสำคัญ
ทรัพย์สินที่อาจจำนองได้มีดังนี้
Ø อสังหาริมทรัพย์
·        ที่ดินโฉนด
·        ที่ดิน น.ส.๓
Ø สังหาริมทรัพย์
·        สังหาริมทรัพย์บางประเภท
o เรือระวางห้าตันขึ้นไป
o แพ
o สัตว์พาหนะ
·        สังหาริมทรัพย์จดทะเบียนเฉพาะการ
o เครื่องบิน
o เครื่องจักร
o รถยนต์
·        สิทธิการเช่าตามพระราชบัญญัติการเช่าอสังหาริมทรัพย์เพื่อพาณิชยกรรมและอุตสาหกรรม พ..๒๕๔๒

 
 






[1] ปัญญา  ถนอมรอด, คำอธิบายประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ว่าด้วย ยืม ค้ำประกัน จำนอง จำนำ, สำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา : กรุงเทพมหานคร, ๒๕๕๔ หน้า ๒๒๒
[2] เพิ่งอ้าง, หน้า ๒๒๒
[3] มาตรา ๕๖๙ อันสัญญาเช่าอสังหาริมทรัพย์นั้นย่อมไม่ระงับไป เพราะเหตุโอนกรรมสิทธิ์ทรัพย์สินซึ่งให้เช่า

[4] มาตรา ๕๔๔ ทรัพย์สินซึ่งเช่านั้น ผู้เช่าจะให้เช่าช่วงหรือโอนสิทธิของตนอันมีในทรัพย์สินนั้นไม่ว่าทั้งหมดหรือแต่บางส่วนให้แก่บุคคลภายนอก ท่านว่าหาอาจทำได้ไม่ เว้นแต่จะได้ตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่นในสัญญาเช่า